LESSON 4: FLIGHTS AND FLIGHTS AND FLIGHTS!!!!

เป็นการนั่งเครื่องบินที่ยาวนานที่สุดในชีวิตก็ว่าได้สำหรับการไปอเมริกา
ออกจากสนามบินดอนเมือง เค้าเรียกกันว่า AFS รุ่นสุดท้ายที่บินจากดอนเมืองและกลับสุวรรณภูมิ เริ่ดๆเนอะ

เที่ยวบินของเรา
ออกจากดอนเมือง สามชั่วโมง ถึงฮ่องกง
จากฮ่องกง สิบสี่ชั่วโมง ถึง LA (LAX) ซึ่งที่นี่ต้องผ่านด่านตรวจเข้าเมือง เหยียบแผ่นดินอเมริกาครั้งแรก
จาก LA ของเราบินต่อมาอีกสองชั่วโมงได้ Dallas และ อีกชั่วโมงนึง ถึง houston
เหนื่อยแฮ่ก!!!

สิ่งที่ควรเตรียมพร้อมเลย ตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต สำคัญมากๆ ถือติดมือตลอดนะ
การกรอกใบคนเข้าเมือง เค้าเรียกอะไรไม่รู้ กรอกค่อนข้างยาก ให้กรอกตั้งแต่บนเครื่องเลย
ปรึกษาเพื่อนได้ว่ากรอกอะไรยังไง ช่องอาหาร ถ้าเอาผงloboอะไรงี้ไปไม่ต้องกรอกนะ เค้าไม่เช็คหรอก
เพราะอย่างเราตอนนั้นปัญหาคือถึง LAX แล้วระบบเช็คอินของมันล่ม รอนานมากๆ เข้าไม่ได้
เวลาก็น้อย เปลี่ยนเครื่องแทบไม่ทัน เอ๋อมากๆ คือหา terminal ไม่เจอ วิ่งวุ่นวาย
รอเพื่อนอีก กลัวมันหลง ความจริงมันไปอยู่บนเครื่องแล้วต่างหาก แล้วพอเช็คอินที่อเมริกา
ปัญหาคือกระเป๋ามันไม่ได้เช็คทรู คือเราต้องแบกกระเป๋าแล้ววิ่งไปอีกterminal
เอ๋อมากๆ ไม่รู้อีกว่ามันมีหลาย terminal วิ่งมั่วซั่ว เกือบตกเครื่อง
แล้วที่สำคัญคือห้ามล็อคกระเป๋าตามกฏหมายเค้าอ่ะนะ หรือไม่ก็ต้องใช้ล็อคที่เค้ากำหนด
คือเค้าสามารถจะเปิดได้ ของสำคัญต่างๆควรถือติดตัว ของมีค่าอะไรคงไม่เอาไปกันมากอยู่แล้ว
แต่เผื่อๆไว้โดนค้นโดนอะไรด้วย เพราะเราไม่รู้หรอก

เที่ยวบินภายในประเทศจะแตกต่างกับเที่ยวบินที่เรานั่งมา คือมันจะมีแต่ฝรั่งแล้ว
อาหารการกินก็ไม่มีอะไรมาก อาจจะมีโซดาให้เลือกแล้วก็ขนมนิดหน่อย
ไม่รู้โปรแกรมอื่นเป็นยังไงนะ แต่ของ AFS พอไปถึงคนที่อยู่ area เดียวกันจะบินไปด้วยกันจนถึง headquarter
อย่าง area เราจะอยู่ที่ houstan คือคนที่อยู่ zone IAH ทั้งหมด จะมาลงที่เดียวกันหมด
จากนั้นก็จะค่อยแยกกันไป รัฐอื่นๆก็จะนั่งรถบัส หรืออะไรก็ตามแล้วแต่
เมืองที่เราไปอยู่ใกล้ houston โฮสก็เลยมารับได้
จากนั้น ชีวิตนักเรียนแลกเปลี่ยนก็เริ่มต้นขึ้นจริงๆ :))))))))

ขากลับของเราปัญหาเรื่องวิ่งใน LAX เหมือนเดิมเด๊ะๆ คือเครื่องจาก houstonไม่บินเพราะติดพายุหิมะ
ดีเลย์ไปนานมากๆทำให้เครื่องมาถึง LA ช้า วิ่งกันไส้แหกเพราะเค้ารออยู่กันทั้งเครื่อง
ที่แตกต่างคือความรู้สึก แตกต่างมากๆ ความรู้สึกที่จากกันไปหนึ่งปีกับเพื่อน
กลับมาเม้าแตก เพราะไม่มีใคร ไม่มีใครอีกแล้วจริงๆที่จะรู้ว่า หนึ่งปีที่เราไปเผชิญมานั้น ไปเจออะไรมาบ้าง
มีแต่เพื่อนที่ไปด้วยกันเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของเรา ที่เราสามารถแชร์ได้และรู้ว่าเราหมายความว่ายังไง
ความรู้สึกต่างๆไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดได้ แต่คนเหล่านี้ เข้าใจ :)
เป็นประสบการณ์ที่ดีจริงๆค่ะ
ปลั๊กไฟที่เยอรมัน เป็นแบบ C, F
Volt 230v (ของไทย 220v) ไม่ต้องแปลง